| |
 |
Elephants Plowing Paddy Fields 49.11 KB View | เนื้อหาข่าว หนังสือพิมพ์เดลินิวส์ ประจำวันที่ 9 สิงหาคส 2552 วันนี้( 8 ส.ค.) นายพระนาย สุวรรณรัฐ ผอ.ศูนย์บริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศบ.ชต.) และอดีตนายอำเภออมก๋อย จ.เชียงใหม่ เดินทางมาที่แปลงนาข้าวอินทรีย์ บ้านแสนดอย หมู่บ้านในฝัน ต.แม่เหียะ อ.เมืองเชียงใหม่ เพื่อเป็นประธานในพิธีใช้ช้างไถนา ซึ่งเป็นภูมิปัญญาของชาวเขาเผ่ากระเหรี่ยง ด้วยการนำช้าง 8 เชือกมาไถนา ท่ามกลางแขกผู้มีเกียติ อาทิ นายฮาเกิน เอ.เว. เดียร์คเซิน กงสุลกิตติมศักดิ์สหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมันนี ประจำจังหวัดเชียงใหม่ นางอัญชลี กัลมาพิจิตร ผู้บริหารปางช้างแอลลี่ พร้อมนายอำเภอ ข้าราชการ เจ้าหน้าที่การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย รวมทั้งประชาชนที่เดินทางมาชมการใช้ช้างไถนา ซึ่งเป็นประเพณีที่คนเมืองและนักท่องเที่ยวพบเห็นไม่บ่อยนัก นอกจากในพื้นที่ อ.อมก๋อย ที่ยังมีการใช้แรงงานช้างไถนา นายพระนายกล่าวว่า กิจกรรมช้างไถนามีมานานกว่า 100 ปี แต่ไม่ค่อยมีคนทราบ ส่วนใหญ่จะเป็นชาวกระเหรี่ยงที่บ้านนาเกียน หมู่ 3 ต.นาเกียน อ.อมก๋อย ใช้ช้างไถนามาหลายชั่วอายุคน และตัว อ.อมก๋อยอยู่ห่างจากตัวเมืองเชียงใหม่ 179 กม. ขณะที่บ้านนาเกียนแม้จะอยู่ห่างตัวอำเภอเพียง 39 กม. แต่ใช้ระยะเวลาเดินทางเกือบ 3 ชั่วโมง ด้วยความทุรกันดารของหนทาง จึงยึดอาชีพเกษตรกรรมทำนาดำแบบขั้นบันได และปลูกพืชไร่เพื่อเลี้ยงชีพ ด้วยข้อจำกัดด้านภูมิศาสตร์ซึ่งเป็นที่ลาดเชิงเขา มีหินปะปนอยู่มาก ทำให้การไถนาด้วยควายทำงานได้น้อยและเหนื่อยง่าย จึงจับช้างที่เลี้ยงไว้มาไถนา เพราะช้างแข็งแรงกว่าวัว ควาย สามารถไถนาได้พื้นที่มากกว่าในระยะเวลาเท่ากัน โดย 1 แรงช้าง เท่ากับ 4 แรงวัว/ควาย นั่นหมายความว่าช้าง 1 เชือก สามารถลากคันไถได้ตั้งแต่ 1-4 คันไถ แถมยังไม่ต้องพักเหนื่อย เพราะการไถนาถือเป็นงานเบาสำหรับช้าง เมื่อเทียบกับงานลากไม้ซุงในอดีต จนกลายเป็นภูมิปัญญาดั้งเดิมของบรรพบุรุษบ้านนาเกียนที่ยังคงอยู่ และสืบทอดสู่คนรุ่นปัจจุบัน ที่สำคัญยังเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวของเชียงใหม่อีกด้วย. 2010-07-22 22:40:20 |  |
สายการบินนกแอร์ พาเยี่ยมชมรีสอร์ท 408.63 KB View | อีกงานของสายการบินนกแอร์ที่พาไปเยี่ยมชม บ้านแสนดอยรีสอร์ท แอนด์ สปา กับบรรยากาศหรูๆ ดูอบอุ่นเป็นกันเองและงานศิลป์ ในมุมต่างๆ ของรีสอร์ท ไม่ว่าฝาผนังห้องนอน ทางเดิน และห้องโถง
เต็มไปสีสันและกลิ่นกายศิลปะที่หลากหลาย เพราะ วันเพ็ญ ศักดาทร
เจ้าของรีสอร์ทแห่งนี้บอกว่า ชอบเรื่องสวยๆ งามๆ และตกแต่งตามสไตล์ที่ชอบ
"ตอนแรกว่าจะทำร้านสระผมสะอาดๆ แต่ชอบงานศิลปะอยากตกแต่ง จึงทำรีสอร์ท"
เธอเล่าถึงบ้านแสนดอยฯ เมื่อ 6 ปีที่แล้ว แรกเริ่มตั้งใจทำเป็นบ้านรับรองแขกต่างชาติ
แต่ในที่สุดกลายเป็นรีสอร์ทเปิดบริการให้คนทั่วไปพัก
"ทำเพราะรู้สึกมีความสุข เพราะเออร์ลีรีไทร์จากงานกว่า 10 ปีแล้ว อยากใช้ชีวิตสบายๆ"
วันเพ็ญ เล่าถึงที่มาของรีสอร์ท เนื้อที่ 4 ไร่ตำบล แม่เหียะ อ.เมือง จ.เชียงใหม่
เป็นความสุขที่ได้ทำ และก่อนหน้านี้เธอทำงานบริษัทนิยมพาณิชย์จำกัด ธุรกิจครอบครัว
จนได้พบรักกับชาวต่างชาติ
เธอเล่าแบบขำๆ ว่า เจอกันที่คอร์ตเทนนิส และในที่สุดเขาก็กลายมาเป็นคู่ชีวิต
ก่อนหน้าที่จะทำรีสอร์ท เธอเคยเผชิญกับเรื่องร้ายๆ และคิดว่า น่าจะใช้ชีวิตที่เหลือให้คุ้มค่า
"เคยเป็นมะเร็งรังไข่และต้องทำคีโม ตอนนั้นคิดว่าตายก็ตาย
แต่เราก็เหมือนตายแล้วเกิดใหม่ผ่านความทุกข์ทรมานไม่ใช่น้อย
ทำให้รู้ว่าสุขภาพสำคัญที่สุด ถ้าเป็นอะไรไป เงินทองช่วยไม่ได้"
แม้เธอจะผ่านมรสุมโรคร้ายมาได้แต่ก็ต้องดูแลสุขภาพ วันเพ็ญเล่าถึงชีวิตต่อว่า
ยังมีอีกเหตุการณ์ตอนขี่จักรยานออกไปเที่ยว ประสบอุบัติเหตุขาเข้าติดในล้อ ทำให้ขาหัก
ต้องผ่าตัดและเดินไม่ได้อยู่ 3 เดือน
ทั้งสองเหตุการณ์ทำให้เธอนึกถึงชีวิตมากขึ้น เมื่อทำกิจการของตัวเอง
จึงอยากทำด้วยความรู้สึกสนุกและมีความสุข
"สามีเดินทางบ่อย เขาเคยทำงานเป็นกงสุลกิตติมศักดิ์ประจำภาคเหนือ
และเคยทำโครงการกับชาวเขา บางครั้งเราก็ตามไปด้วย จึงได้เห็นงานศิลปะชาวเขาก็ชอบ
ปกติชอบวัฒนธรรมชาวเขาอยู่แล้ว เวลาที่บ้านจัดงานเลี้ยงแขก ก็จะมีระบำชาวเขา
เราชอบในเรื่องชาวเขาประยุกต์ตอนแรกก็คิดว่าจะทำสถานที่ตรงนี้ไว้รับรองแขกจากต่างประเทศ แต่ทำๆ ไปเป็นรีสอร์ท 11
ห้อง"
เธอเล่าถึงงานศิลปะในรีสอร์ทว่า ชอบภาพวาดของศิลปินในภาคเหนือหลายคน จึงนำมาตกแต่ง ที่นี่ใช้สไตล์ล้านนาประยุกต์
ที่พักค่อนข้างเป็นส่วนตัว ยิ่งช่วงนี้ลดราคาเป็นพิเศษ
นอกจากนี้ยังใช้พื้นที่บางส่วนปลูกข้าวไว้กินเอง และทำเป็นการกุศล เพื่อนำเงินไปช่วยเหลือผู้ด้อยโอกาส วันเพ็ญบอกว่า
ตอนนั้นมีคนจะอยากซื้อที่ดินทำโรงงานเฟอร์นิเจอร์ใกล้บ้านแสนดอย เราก็เลยต้องซื้อที่ดินแปลงนั้น ไม่อยากให้มีโรงงาน
จึงคิดว่า น่าจะปลูกข้าว และได้คุณสมเจตน์ศรีทองคำ ที่รู้เรื่องการเกษตรมาช่วย
ที่นี่ปลูกข้าวกล่ำพันธุ์ดอยสะเก็ดและข้าวหอมมะลิสันป่าตอง
"แม้จะเริ่มปลูกข้าวมาสี่ปีปีที่แล้วเพิ่งได้ผลผลิต จึงนำข้าวไปขายเป็นการกุศลถุงละ 1,000 บาท ก็มีเพื่อนๆ ช่วยกันซื้อ
เรานำรายได้ส่วนนี้ไปทำบุญ จากนั้นนำเงินไปบริจาคให้โรงเรียนวัดจันทร์แม่แจ่ม เพื่อใช้ประโยชน์
หรือไม่ก็ทำหอพักให้เด็กชาวเขา อ.เชียงดาว เราทำบุญทุกปี" วันเพ็ญเล่าถึง การปลูกข้าวกล่ำในโรงแรม
ซึ่งเป็นข้าวที่พวกเรารับประทานในห้องอาหารแสนคำ
รายละเอียดของข่าว หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ 16 มิ.ย. 2552 หน้า 3 2009-06-18 10:38:31 |  |
On TIME Magazine 48.35 KB View | Hillside Haven
Ten minutes' drive from Chiang Mai International Airport, in the well-trodden hills of northern Thailand, Baan Saen Doi (House of a Hundred Thousand Hills) Has somehow eluded the platinum-card-carrying class. Featuring classic Lanna architecture without, and authentic hilltribe craftsmanship within, this two-year-old hidden gem comprises just seven suites and four rooms, making it feel less like a hotel and more like the sumptuous home of its Thai owner Wanphen Sakdatorn and her husband, German Honorary Consul Hagen Dirksen.
Tennis courts, a spa,private balconies (taking in palm-fringed mountain views), bathtubs built for two and butler service make for a memorable guest experience, as does Saen Kham Terrace---the stunning art gallery cum restaurant next door. Dishes like shiitake mushrooms in salty lime sauce, and Burmese pork curry, hold their own against the gallery's modern art and ancient artifacts, attracting both fashionable Thais and awed but underdressed tourists. Discover this stylish sanctuary, nestled beneath the sacred peak of Doi Suthep, before more of the latter do. Visit www.baansaendoi.com for details. By Cynthia Rosenfeld 2007-02-02 16:18:44 |  |
Welcome to Baan Saen Doi 94.97 KB View | Khun Wanphen Sakdatorn and her husband Hagen Dirksen, Honorary German Consul, welcome Dr. Shoichiro Toyoda and Madam, Honorary Chairman of Toyota Motor Corporation, on the occasion of their stay at Baan Saen Doi resort and spa 2007-02-23 11:02:23 |
|
|